ทั่วไป

เคล็ดลับ!! ปลูกผักปลอดสารพิษ พร้อมบอกสูตรน้ำหมักกำจัดศัตรูพืช และสูตรน้ำหมักบำรุงดิน ด้วยวิธีธรรมชาติ ไร้สารตกค้าง

เคล็ดลับ!! ปลูกผักปลอดสารพิษ พร้อมบอกสูตรน้ำหมักกำจัดศัตรูพืช และสูตรน้ำหมักบำรุงดิน ด้วยวิธีธรรมชาติ ไร้สารตกค้าง

View

การปลูกผัก พืช สวนครัว ส่วนใหญ่จะมีปัญหากันหลักๆคือ ดินไม่สมบูรณ์และมีศัตรูพืชมารบกวนพืชผักสวนครัวเราน่ะค่ะ ปลูกยังไงก็ไม่งามไม่สมบูรณ์เต็มที่อย่างที่ใจต้องการ และถ้าใช้สารเคมีแล้วก็ยิ่งเปลืองค่าใช้จ่ายเมื่อนำไปขายก็ได้ผลกำไรน้อย แถมมีสารเคมีตกค้างในพืชผักที่นำไปขายหรือแม้กระทั่งนำไปทานก็เช่นกันค่ะ วันนี้ผู้เขียนได้มีเคล็ดลับดีๆเกี่ยวกับปลูกผักแบบปลอดภัย ไร้สารพิษ พร้อมมีสูตรไล่หนอนแมลงที่ล้วนเป็นศัตรูของพืชและผักที่เราปลูกมาฝากกันอีกด้วยค่ะ สูตรนี้เป็นของเกษตรสาวที่เป็นไอดอลของเกษตรกรที่คิดสูตรขึ้นมา และใช้ได้ผลจริง การันตรีจากผักที่ปลูกส่งออกนอกด้วยค่ะ 

การปลูกพืช,ผักสวนครัว ปัญหาที่เกิดขึ้นในการปลูกไม่ค่อยจะเป็นปัญหาใหญ่ แต่มักจะมีการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด และส่วนใหญ่มักจะหมดความอดทนในการดูแล พืชผักสวนครัวเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตน่ะค่ะ เพราะถ้ามีผักที่มีสารพิษตกค้าง เมื่อนำมาประกอบอาหาร หรือนำมารับประทานสดๆบ่อยๆก็จะทำให้เกิดโรคต่างๆแก่ร่างกายของเรา

การกำจัดศัตรูพืช ใช่ว่าจะแก้ปัญหาได้จากการใช้ปุ๋ยเคมีได้อย่างเดียว และการทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องยากในการทำ และการที่เราคิดว่าการทำปุ๋ยชีวภาพต้องใช้เวลานาน ไม่ใช่ไปเสียหมดทุกข้อน่ะค่ะ มีเทคนิคใหม่ๆเกิดขึ้นมาใหม่มากมาย ขึ้นอยู่กับว่าเราใส่ใจ ดูแลพืชผักผลไม้ที่เราเพาะปลูกมากแค่ไหน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราจะปลูกหรือแม้กระทั่งจะทำอะไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุด คือการใส่ใจ การสนใจ ในสิ่งที่ทำอยู่ขณะนั่นอย่างจริงจังแล้วผลของการใส่ใจแม้แต่สิ่งเล็กๆน้อยๆ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะออกมาอย่างดีสมกับที่เราตั้งใจทุ่มเท ทั้งแรงกายแรงใจไปค่ะ

ผู้เขียนเองก็ได้เห็นสูตรการ ใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพหรือน้ำหมักมาก็มากมายหลายสูตร บางครั้งก็เห็นด้วยในการใช้เวลานานเกินไป แต่ก็อดคิดตามไม่ได้ว่า ทุกอย่างที่ทำให้ได้ออกมาดีนั้นต้องใช้เวลากันบ้างเป็นธรรมดา แต่บางครั้งก็มีแย้งในใจว่าน่าจะมีเคล็ดลับดีๆที่ใช้ระยะไม่นานมาก บ้างก็คงจะดีไม่น้อย และวันนี้ผู้เขียนก็ได้ไปอ่านเจอข้อมูลของเกษตรกรท่านหนึ่ง เป็นผู้หญิงด้วยค่ะซึ่งแต่ก่อนทำงานอ๊อฟฟิต แล้วได้ผันตัวเองมาทำอาชีพเกษตรกร และได้ตั้งกลุ่มจากชาวเกษตรกรและชาวบ้านขึ้นมาปลูกผักสวนครัว ได้ติดต่อทำการตลาดมีการประกันราคาให้กับชาวบ้าน ซึ่งผลตอบรับออกมาทำให้ได้ผลผลิตทั้งในด้านผักที่ปลอดภัย และ รายได้ก็เป็นที่พอใจของชาวบ้านอีกด้วยค่ะ และยังมีการวางแผนการตลาดให้กับสมาชิกในกลุ่มโดยการหาตลาดส่งออกต่างประเทศซึ่งก็ทำให้เกิดผลสำเร็จอย่างน่าชื่นชมค่ะ เกษตรกรท่านนั้นชื่อว่า คุณภารดี เพ็งเพียร อยู่ที่จังหวัดชัยนาท นี่เองค่ะ ขอชื่นชมในความสามารถและ มีจิตใจรักในการเกษตรอย่างแท้จริงค่ะ

การปลูกผัก นอกจากจะมีการปลูกผักแบบกางมุ้งแล้ว การดูแลรักษาดินก็มีความจำเป็นมากเช่นกันค่ะ วันนี้ผู้เขียนได้มีสูตรการบำรุงดิน และสูตรน้ำหมักไล่หนอนและเพลี้ยซึ่งเป็นศัตรูที่ทำร้ายพืชผัก แบบประหยัดและปลอดภัยมาฝากกัน

การปลูกผักแบบกางมุ้ง เพื่อความสมบูรณ์ของพืชผัก ( ภาพจากสวนผักของคุณภารดี เพ็งเพียร จ.ชัยนาท)

เริ่มแรกเมื่อเรามีการเตรียมดินปลูกผัก ใส่ผสมกับปุ๋ยคอกเช่นปุ๋ยจากมูลสัตว์เรียบร้อยแล้ว ก็สามารถนำต้นกล้าที่เพาะได้มีอายุประมาณ 20 วัน ก็นำผักมาลงปลูกได้เลย ที่สำคัญในการให้ผักแข็งแรงก็คือ การป้องกันแสงแดดที่จัดมากๆโดยการนำเศษฝางมาห่มปกคลุมดินให้กับผักเพื่อรักษาความชื้นให้กับผักที่ปลูกด้วย และก็ปกป้องแสงแดดจากภายนอก โดยการกางแสลน รอบๆมุ้งที่แดดส่องถึงไม่งั้นผักก็จะเฉาแดดได้น่ะค่ะ

การป้องกันภายนอกก็สำคัญ เพื่อไม่ให้โดดแดดจัดๆก็ควรมุงแสลนให้แก่ผักสวนครัว

การปลูกผักแบบกางมุ้ง ใช่ว่าจะแก้ปัญหาเกี่ยวกับ แมลงหรือหนอนที่เป็นศัตรูพืชได้อย่างร้อยเปอร์เซ็นต์น่ะค่ะ หนอนกับพืชเป็นของคู่กันอยู่แล้วค่ะ เพราะว่าหนอนเค้ากินพืชผักเป็นอาหารหลักอยู่แล้ว หนอนที่มารบกวนผักส่วนใหญ่ที่พบเห็นกันส่วนมากก็ได้แก่ หนอนหนังเหนียว และ ก็เพลียอ่อน ต่างๆ

ศัตรูพืชตัวร้ายของผักสวนครัว หนอนหนังเหนียว

เพลี้ยอ่อน ตัวเล็กๆขาวๆดำๆ

การกำจัดศัตรูพืช ส่วนใหญ่ถ้าใช้สารเคมีก็จะเป็นอันตรายเพราะสารเคมีมักตกค้างในผักต่างๆ และก็ค่าปุ๋ยหรือค่ายาฆ่าแมลงต่างๆ ก็ใช่ว่าจะราคาถูก และใช้ไปมากๆและนานๆเข้าไม่ใช่ว่าอันตรายจะเกิดแค่กับผักที่ปลูกหรือว่าเวลานำผักไปทานแค่นั้น อันตรายยังเกิดได้โดยตรงกับ เกษตรกรผู้ที่ใช้ด้วยน่ะค่ะ วันนี้ผู้เขียนก็มี สูตรบำรุงดิน และพืชผัก และก็สูตรการกำจัดศัตรูของพืชแบบปลอดภัย ทั้งตัวผู้ใช้ และก็ปลอดภัยกับพืชผักสวนครัว ปลอดภัยและประหยัดอีกด้วยค่ะ

 

สูตรการบำรุงดิน วัสดุที่ใช้อัตราส่วนทุกอย่างต้องเท่ากันถ้าเพิ่มหรือลดปริมาณก็ให้ได้ปริมาณเท่ากันค่ะ

  1. ฟักทองสุก 2 กก
  2. มะละกอสุก 2 กก
  3. กล้วยสุก 2 กก
  4. น้ำตาลทรายแดง 2 กก

ขั้นตอนและวิธีทำน้ำหมักบำรุงดิน มีดังนี้ค่ะ

  • นำมะละกอ,ฟักทอง และกล้วย มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วนำไปใส่ในถังที่จะใช้หมัก ถังที่ใช้ควรเป็นถังที่มีฝาปิดและต้องมีรูระบายแก๊สด้วยน่ะค่ะ จะได้ไม่ต้องมีการเปิดเพื่อระบายแก๊สบ่อยๆ ใส่ทุกอย่างลงไปในถังพร้อมทั้งน้ำตาลทรายแดงด้วย ใช้ไม้พายคนให้ส่วนผสมเข้ากัน จนมีกลิ่นหอมๆของผลไม้ขึ้นมา กวนจนผลไม้มีน้ำออกมา ก็เป็นอันใช้ได้ แล้วก็ทำการปิดฝา ทิ้งไว้ 15 วันก็สามารถนำมาใช้ได้

ใส่มะละกอสุก,กล้วยสุก,ฟักทองสุก และน้ำตาลทรายแดงลงในถังแล้วกวนให้จนมีน้ำผลไม้ออกมา

กวนจนให้มีหน้าตาแบบนี้ก็ทำการปิดฝา อีก 15 วันก็นำมาใช้ได้แล้วค่ะ

เมื่อครบ 15 วันก็ให้นำน้ำหมักมาใช้ได้ โดยใช้อัตราส่วนดังนี้ค่ะ

  1. น้ำหมักที่เอาเฉพาะน้ำน่ะค่ะ จำนวน 100 cc
  2. น้ำเปล่า 20 ลิตร

เทคนิคในการฉีดน้ำหมักบำรุงดินก็คือ เมื่อนำต้นกล้าผักลงดินแล้ว ให้ผสมน้ำหมักตามอัตราส่วนข้างต้น แล้วนำมาฉีดทุกๆ3วัน แล้วหลังจากนั้นอีก 1 สัปดาห์ให้ฉีด น้ำหมักสูตรไล่หนอนเพลี้ยและบำรุงใบอีกทีหนึ่งค่ะ ซึ่งผู้เขียนก็มีสูตรไล่หนอนเพลี้ย มาฝากด้วยน่ะค่ะ

 

สูตรไล่แมลงและบำรุงใบ มีอุปกรณ์ดังนี้ค่ะ

  • ขวดโหลพลาสติกมีฝาปิด 1 ใบ
  • สุราขาวขวดใหญ่ 1 ขวด
  • พริกแกงเผ็ด 1 ก.ก.
  • น้ำส้มสายชู 1 ขวด
  • นมเปรี้ยว 1 ขวด

 

วิธีและขั้นตอนในการทำ น้ำหมักสูตรไล่แมลง (ส่วนผสมมีแต่กลิ่นและรสชาติแรงๆ แมลงไม่หนีก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วล่ะค่ะ)

  • ใส่พริกแกงลงไปในขวดโหล เทน้ำส้มสายชูลงไปแล้วคนให้พริกแกงกับน้ำส้มสายชูละลายเข้าด้วยกัน แล้วก็ตามด้วยสุราขาว ลงไปคนให้เข้ากัน แล้วก็ปิดฝา นำไปเข้าตู้เย็นไว้ 24 ชั่วโมงหรือ 1 วัน ก็สามารถนำมาใช้ได้ นมเปรี้ยวอย่าพึ่งใส่น่ะค่ะ เราจะใส่ก็ต่อเมื่อนำมาใช้ในการฉีดพ่นผักค่ะ

วิธีการใช้น้ำหมักสูตรไล่แมลงหนอนหรือเพลี้ย มีอัตราส่วนและวิธีการใช้ดังนี้ค่ะ

  • ใช้น้ำพริกแกง 10 cc ผสมกับน้ำเปล่า จำนวน 20 ลิตร แล้วก็ให้ใส่นมเปรี้ยวลงไปผสมอีก 1 ขวด ก็ให้นำไปฉีดหลังจาก ที่ได้ทำการฉีดสูตรบำรุงดิน ไปแล้วหนึ่งสัปดาห์ค่ะ สูตรนี้ศัตรูพืชอย่างหนอนหนังเหนียวและก็เพลี้ยอ่อนไม่มารบกวนพืชผักในสวนของเราอย่างแน่นอนค่ะ

ผักสวยงามปลอดภัยไร้สารพิษ (ภาพจากสวนผักของคุณภารดี เพ็งเพียร จ.ชัยนาท)

 

ข้อสำคัญในการใช้น้ำหมักทั้งสองสูตรนี้ ห้ามใช้พร้อมกันน่ะค่ะ เพราะอาจทำให้ผักเสียหายได้ค่ะ  เมื่อเราดูแลรักษาและใส่ใจในการปลูกผักแบบปลอดภัยไร้สายพิษ ผลผลิตที่ได้ก็จะงอกงามสมบูรณ์และก็จะมีกำลังใจในการทำการเกษตรไปได้อย่างไม่เหนื่อยกายและเหนื่อยใจค่ะ ทุกวันนี้โรคภัยไข้เจ็บของคนเราก็มาจากการรับประทานอาหารต่างๆ เมื่อเราจะกินผักให้เป็นยา เราก็ต้องทำให้ผักของเราปลอดสารพิษก่อนที่จะมารับประทานจะได้ปลอดภัยและก็ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงน่ะค่ะ ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านเว็บไม่มากก็น้อยน่ะค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูล : http://www.baannoi.com

ข้อมูลอ้างอิงจาก รายการKasetThai Idol

sharelnw
the authorsharelnw

Leave a Reply

ติดตามข้อมูลสาระจาก แชร์เทพ ได้ที่เพจ แชร์เทพ ส่งต่อข่าวสารดีๆ

CLOSE