แนวคิด

“ความสุขที่แท้จริงคืออะไร” คนที่เข้าใจคุณแค่คนเดียว ดีกว่าคนที่รักคุณ 10 คน

347Views

คุณเคยสงสัยหรือไม่คะว่า ความสุขที่แท้จริงของคุณคืออะไร เป็นคำถามที่มนุษย์ได้เฝ้าตามหาและต้องการมากที่สุด วันนี้เรามีบทความดีๆ ที่จะช่วยทำให้คุณได้ข้อคิดและมุมมองที่ดีมากยิ่งขึ้นค่ะ ว่าแล้วเราไปดูกันเถอะว่า “ความสุขที่แท้จริงคืออะไร” คนที่เข้าใจคุณแค่คนเดียว ดีกว่าคนที่รักคุณ 10 คน

คนมากมายล้วนคิดว่าคือการได้รักและถูกรัก แล้วพอเวลาผ่านไปก็สูญเสียความสุขที่มีไปอย่างง่ายดาย หลายคนเริ่มเข้าใจ บางทีการถูกเข้าใจก็คือความสุข

เข้าใกล้คนที่เข้าใจคุณ

บนโลกนี้จะมีคนอยู่ 20% ที่แค่เจอก็ชอบคุณโดยไม่มีเหตุผล และมีอีก 20% ที่แค่เจอก็เกลียดคุณโดยไม่มีเหตุผลเช่นกัน ส่วนที่เหลืออีก 60% อยู่ในสถานะที่เป็นกลาง

ถ้าเราให้ความสนใจกับคนที่เกลียดเราโดยไม่มีเหตุผล เราก็จะได้รับสารที่ทำให้รำคาญใจไม่หยุดหย่อน แต่ถ้าเราให้ความสนใจกับคน 20% ที่ชอบเราชีวิตก็จะเหมือนเดินอยู่ในสายลมฤดูใบไม้ผลิ

อาจารย์คนหนึ่งเคยพูดว่า ตอนที่ท่านเพิ่งเป็นครู มักจะให้ความสนใจคนที่ไม่ชอบคลาสของท่าน ยิ่งสนใจคนพวกนั้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งคิดหาวิธีทำให้คนเหล่านั้นชอบ ต่อมาท่านพบว่า ท่านคิดผิด บางครั้งไม่ว่าทำยังไง ก็จะมีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่ชอบชั้นเรียนของท่านอยู่ดี

หลังจากนั้นท่านจึงไปให้ความสำคัญกับคนที่ชอบเรียนคลาสของท่านแทน แล้วก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ในเวลานั้นในสายตาของท่าน ล้วนมีแต่คนที่ชอบชั้นเรียนของท่าน เสียงตอบรับจากนักเรียนเหล่านั้นทำให้ท่านมีพลังมากขึ้น เป็นแรงบันดาลใจให้ท่านสอนดีขึ้นเรื่อยๆ

Sport success on sunset background

แล้วนักเรียนกลุ่ม 20% ที่ไม่ชอบคลาสของท่านก็ค่อยๆ ได้รับอิทธิพลความชื่นชอบในความกระตือรือร้นและพรสวรรค์ของท่าน สุดท้ายทั้งห้องเรียนก็เกิดการเปลี่ยนแปลง วิชาของท่านเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ชีวิตของท่านก็ยิ่งมีความสุขและมั่นใจ

ชีวิตของคนเรา เพราะโชคชะตาจึงได้พบกัน เพราะรักจึงอบอุ่น เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนโลก ก็เป็นแบบนี้ สิ่งที่ควรมาก็จะมาเอง หวังในสิ่งที่ไม่ควรมาก็ไร้ประโยชน์ เพราะพรหมลิขิต ไม่จำเป็นต้องผลักดัน ไร้พรหมลิขิต ร้องขอก็ไร้ผล ยินดีกับสิ่งที่เข้ามา บอกลากับสิ่งที่จากไป

ปล่อยทุกอย่างไปตามโชคชะตา! เรื่องราวต่างๆ บนโลกนี้ยิ่งฝืนยิ่งไม่สมหวัง สิ่งที่พวกเราทำได้ก็คือ พยายามทำตัวเองให้ดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ต้องเสียใจ

ในชีวิตของเรา มีแค่เพียงสองสิ่งก็เพียงพอแล้ว

สิ่งแรก แค่คุยกับคนที่เข้าใจคุณในเรื่องที่พวกคุณเข้าใจ คนที่ไม่เข้าใจคุณ คุณสามารถมีอิทธิพลต่อเขา แต่คุณไม่จำเป็นต้องร้องขอ

โลกใบนี้มีคนมากมาย มีคนแค่ 1% ที่เข้าใจคุณ ก็เพียงพอแล้ว เมื่อมารวมตัวกันจะมีพลังที่แข็งแกร่ง เลือกคนที่ศีลเสมอกัน ชีวิตก็จะเรียบง่ายและมีความสุข

สิ่งที่ 2 เวลาได้ฟังสิ่งที่ไม่เข้าใจและไม่รู้ เราจำเป็นต้องมีหัวใจของการสำรวจและการยอมรับ

เพราะว่าพวกเขาอาจจะยืนอยู่ในตำแหน่งที่เราไม่เคยไป สิ่งที่พวกเขาเห็นเราไม่เคยเห็น เปิดความคิด เปิดหัวใจ ยอมรับสิ่งที่แตกต่าง เหมือนเด็กๆ ที่สงสัยอยากรู้อยากเห็น…

ในชีวิตของเรา ต้องเป็นตัวของตัวเอง คนที่ชอบคุณยังไงก็ชอบคุณ คุณที่ไม่ชอบคุณก็ปล่อยเขาไว้ตรงนั้น ไม่ต้องโกรธแค้น ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องกลัว ยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วคุณจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

อยู่กับคนแบบไหน คุณก็จะมีชีวิตแบบนั้น

มีคนบอกว่า “อยากรู้จักใครสักคน ให้ไปดูว่าเพื่อนเขาเป็นยังไง” คนๆ นึงจะเป็นยังไง ครึ่งหนึ่งมาจากความรู้และสังคมที่เขาอยู่ อีกครึ่งมาจากครอบครัวและเพื่อน และหลายๆ ครั้งที่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นผลมาจากสิ่งชี้นำ พูดง่ายๆ ก็คือ คุณอยู่กับคนแบบไหน คนก็จะมีชีวิตแบบนั้น

1. คุณต้องมีแหล่งกำเนิดแสงในใจตัวเอง

หากคุณต้องรับผิดชอบต่อชีวิตตัวเองและเพื่อน วิธีที่ดีที่สุดคืออย่าหวังว่าคนอื่นจะสามารถให้แสงสว่างแก่คุณ แต่คุณต้องมีแหล่งกำเนิดแสงในใจตัวเอง และแผ่กระจายให้คนอื่น

เหมือนที่มีคนบอกว่า “หากคุณพิการ นั่นอาจจะไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่การบ่นว่าสังคม เรียกร้องหาความเมตตาจากคนอื่น จะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ คนเราต้องมองโลกในแง่บวก และทำประโยชน์สูงสุดจากสถานะที่เป็นอยู่

คนที่วิ่งตามผีเสื้อจะได้เห็นดอกไม้สวยงาม ส่วนคนที่ตามแมลงวันก็จะเห็นแต่สิ่งสกปรก

 

2. เข้าใกล้คนที่ให้พลังบวกกับคุณ

เพื่อนแท้สามารถให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และมีแพสชั่นในการใช้ชีวิต

เหมือนประโยคที่ว่า “ชื่นชมกันและกัน ให้กำลังใจกันและกัน… ผู้คนต้องการมีชีวิตที่มหัศจรรย์ สุดท้ายยังไงก็ต้งอาศัยความแข็งแกร่ง”

เพราะว่าการอยู่กับคนที่ทำให้คุณเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี สำคัญมาก แต่การอยู่กับคนที่สามารถทำให้ทั้งคู่เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น สำคัญกว่า

3. อย่าเสียเวลากับคนที่มีพลังงานลบ

นักเขียนคนหนึ่งกล่าวไว้ว่า “พลังงานลบจะทำให้มองเห็นแต่ด้านไม่ดีของคนอื่น ด่าว่าความไม่ยุติธรรมของสังคม พลังงานบวกจะบอกคุณหลังคุณพูดจบว่า แม้ว่าจะลำบาก คุณสามารถพยายามจะเปลี่ยนมันได้”

บางคนมองโลกในแง่ดี เวลามีคนที่มีพลังงานลบรอบๆ ตัวมากขึ้นเรื่อยๆ คุณจะเห็นว่าเขาจะแสดงอาการเหนื่อยล้าในไม่ช้า นั่นเป็นเพราะอารมณ์ได้รับอิทธิพลจากคนอื่นได้ง่าย เมื่อต้องอยู่ในบรรยากาศเช่นนี้อยู่เสมอ จึงมักเกิดภาวะซึมเศร้าได้ง่าย

ถ้าเป็นไปได้ ให้หลีกห่างออกจากคนที่คิดลบ นี่เป็นทางเลือกในชีวิตที่คุ้มค่า ในเมื่อทุกคนกำลังยุ่ง ใครจะมานั่งฟังคุณบ่น

ขอบพระคุณบทความดีๆ จาก LIEKR

Facebook Comments
shareInw b
the authorshareInw b

ใส่ความเห็น