ความรู้เกษตรแบบบ้าน

วิธีการทำบ้านดินแบบประยุกต์ตามแบบฉบับเศรษฐกิจพอเพียง หนีความวุ่นวายในเมือง

447Views

วิธีการทำบ้านดินแบบประยุกต์ตามแบบฉบับเศรษฐกิจพอเพียง หนีความวุ่นวายในเมือง

ผมเริ่มต้นทำสวนเมื่อประมาณปลายปี 53 สิ่งแรกที่คิดได้คือการล้อมรั้วป้องกันวัวครับ ซึ่งก็ไม่ใช่ของใครที่ไหนเป็นวัวของพ่อผมนั่นแหละ หลังจากนั้นก็หว่านข้าว หว่านถั่วเขียว แบบผสมกันนะครับ บริเวณริมรั้วก็ปลูกมะพร้าวและกล้วย

ผมเริ่มต้นด้วยการหว่านข้าว ถั่วเขียว และปลูกกล้วยกับมะพร้าวบริเวณริมรั้ว

หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว สิ่งที่ผมอยากได้คือบ้านพัก เพื่อจะได้เป็นที่พักผ่อนเมื่อกลับมาทำสวนที่บ้าน แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกับการที่จะมีบ้านสักหลัง เนื่องจากผมมีงบประมาณค่อนข้างจำกัด แต่จิตใจก็ยังคงยึดติดกับรูปแบบ ผมจึงค้นคว้าจากเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อศึกษารูปแบบการสร้างบ้าน จนมาเจอกับเว็บไซต์เกี่ยวกับบ้านดิน ซึ่งมีทั้งในและต่างประเทศ พบว่าคนส่วนใหญ่ในโลกนี้สร้างบ้านจากดิน อย่างไรก็ตามบ้านดินก็มีทั้งข้อดีข้อเสียในตัวของมัน ผมจึงปรับวิธีในการสร้างที่ต่างจากการทำบ้านดินโดยทั่วไป คือผมจะใช้วัสดุสังเคราะห์ร่วมด้วยเพื่อเพิ่มความทนทานกับสภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างแปรปรวนในบ้านเรา และเพื่อความเพียงพอกับงบประมาณที่มีอยู่ เราจะจ้างช่างเฉพาะงานที่เราทำไม่ได้เท่านั้น สิ่งไหนที่เราทำได้ก็จะช่วยกันทำในครอบครัวครับ ผมเริ่มต้นด้วยการถมที่เพิ่มเฉพาะจุดที่ทำบ้านดินครับ เพื่อป้องกันน้ำ ก่อนที่จะเริ่มสร้าง เรามาดูการสร้างบ้านดินของผม หรืออาจจะเรียกว่าบ้านดินประยุกต์ก็ได้นะครับ

หลังจากเกี่ยวข้าวแล้ว ผมถมที่เพิ่มเพื่อสร้างบ้านดิน

ขั้นแรกเลยก็คือการทำก้อนดินครับ ไม่ยากเลย ไม่ว่าเด็กหรือผู้หญิงก็สามารถช่วยกันทำได้ แค่เอาดิน และแกลบมาผสมน้ำ แล้วเหยียบให้ดินมีความเหนียวยึดติดกันเป็นก้อน ดินที่ใช้ควรมีอัตราส่วนของดินทรายกับดินเหนียวอย่างละครึ่ง และหากไม่มีแกลบก็อาจใช้หญ้าแห้งหรือเศษฟางข้าวก็ได้ครับ จากการสังเกตของผมพบว่า เศษฟางข้าวที่ได้จากการนวดสีข้าวทำให้ก้อนดินมีความแข็งแรงมากกว่าแกลบ เนื่องจากมีเส้นใยที่ยาวกว่า หลังจากเหยียบดินได้ที่แล้ว ก็เอามาใส่แบบที่เตรียมไว้ครับ เป็นแบบไม้ มีขนาดประมาณ 5 X 8 X 16 เซนติเมตร อัดดินเข้าให้แน่น แล้วปาดด้านบนให้เรียบ ก่อนที่จะเอาแบบไม้ออก เสร็จแล้วก็ตากดินไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ ระหว่างนี้ให้กลับดินทุก 1-2 วัน แล้วแต่สภาพอากาศครับ พอก้อนดินแห้งก็เอาไปกองรวมกันไว้เพื่อสะดวกในการก่อสร้างต่อไป

จุดสำหรับเตรียมดินเพื่อทำก้อนดิน ควรมีหลังคาเพื่อกันความร้อน

แม่และหลานช่วยกันเหยียบส่วนผสมของดินและแกลบ

การทำก้อนดิน

หลังจากก้อนดินแห้งแล้ว ก็นำไปวางรวมกัน และเรียงให้เป็นระเบียบ เพื่อเตรียมก่อสร้างต่อไป

ผม และน้องๆ คือ นุชกับเนตร และเหล่าลิงทโมนที่มาช่วยสร้าง (ความวุ่นวาย)

ผมและครอบครัวใช้เวลาทำก้อนดินประมาณ 3 เดือนครับ บ้านดินของผมต้องใช้ก้อนดินทั้งหมดประมาณ 3,500 ก้อน วันปกติพ่อกับแม่จะช่วยกันทำก้อนดิน ทำได้สูงสุดอัตราไม่เกิน 40 ก้อนต่อวันเท่านั้น บางวันก็ได้แค่ 10-20 ก้อน บางวันก็ไม่ได้ คือแบบค่อยเป็นค่อยไปครับ แกจะมาทำในช่วงว่างหลังจากทำงานบ้านเสร็จแล้ว หรือหากมีงานวัดงานบุญก็หยุด ส่วนผมจะมาช่วยช่วงเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดที่ว่าง (บางวันหยุดก็ไม่ว่าง) ก็จะทำได้มากหน่อย เราไม่จำเป็นต้องรีบครับ เหนื่อยก็หยุดไปทำอะไรอย่างอื่น เช่น ปลูกต้นไม้ ทำร้านผัก แล้วค่อยมาทำใหม่ เคล็ดลับอย่างหนึ่งที่จะทำให้เหยียบดินง่ายคือควรแช่ไว้คืนหนึ่งก่อน พอตอนเช้าค่อยมาทำ จะทำให้เหยียบให้ได้ตามที่ต้องการง่ายขึ้น ขนาดไหนที่ว่าเหมาะ ประสบการณ์จะช่วยได้มากเลยครับ ครั้งแรกเราอาจได้ก้อนดินที่ไม่ค่อยดี อาจร้าวหรือแตกง่าย ครั้งต่อไปก็ปรับสูตรให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น จนทุกวันนี้ แม่ผมซึ่งมีหน้าที่หลักคือการเหยียบดิน กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเหยียบดินมากที่สุดในบ้าน แค่มองด้วยสายตา แม่จะรู้ว่าอัตราส่วนเหมาะสมหรือไม่ ต้องบอกก่อนเลยนะครับว่าเราทุกคนในครอบครัวรวมทั้งตัวผม ไม่มีใครเคยเห็นบ้านดินตัวเป็นๆ เลยในชีวิต ผมซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเคยเห็นเฉพาะในรูปเท่านั้น คือในเว็บไซต์และหนังสือ ผมจะซื้อหนังสือและ save รูปบ้านดินไปให้ที่บ้านดู เพื่อสร้างความมั่นใจว่ามันเป็นไปได้ …เอาละครับ หลังจากได้ก้อนดินแล้ว เราก็สร้างโครงสร้างขึ้น อันนี้ต้องอาศัยช่างผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เราไม่สามารถทำได้ครับ

แบบบ้านที่ผมใช้กล่องกระดาษทำ เพื่อใช้อธิบายช่างและครอบครัว เขาจะได้นึกภาพออกครับ

โครงสร้างบ้าน งานนี้ต้องจ้างช่างครับ เราไม่สามารถทำได้ แต่จริงๆ แล้วบ้านดินไม่จำเป็นต้องมีเสาก็ได้ คือเทคานเสร็จแล้วก็ก่อก้อนดินได้เลย แต่เนื่องจากบ้านผมทำเป็นชั้นครึ่ง เพื่อความมั่นใจจึงต้องมีเสาคอยช่วย และอีกอย่างหนึ่งคือ บ้านผมอยู่หน้าหมู่บ้าน ประกอบกับไม่มีต้นไม้ใหญ่เลยสักต้น ลมจึงแรงมาก

หลังจากได้โครงสร้างแล้ว ก็เทคานครับ ซึ่งการเทคานก็คล้ายกับการก่อสร้างท่อไป ตีแบบตามที่ต้องการ เสร็จแล้วก็เทปูนลงไป คานมีความสำคัญมากครับทั้งช่วยรับน้ำหนักของกำแพงดิน และป้องกันแขกที่ไม่ได้รับเชิญอย่างปลวก เราช่วยกันเทคานเองครับ เนื่องจากไม่ต้องอาศัยทักษะมากเท่าไหร่

การเทคาน

หลังจากคานแห้งแล้ว ก็เอาแบบออก หลังจากนี้ก็เป็นงานหนักอีกอย่างสำหรับครอบครัวเรา คือการก่อผนังครับ หลักการก่อก็คล้ายกับการก่ออิฐ โดยวางแบบสับหว่างกัน เพื่อเพิ่มความแข็งแรง ดินที่ใช้ก่อก็คล้ายกับการทำก้อนดิน เพียงแต่ลดปริมาณแกลบลง เพิ่มน้ำให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มความเหลว

การก่อก้อนดินครับ

แม่ช่วยเตรียมดินให้

การติดตั้งวงกบ ประตูต่างๆ ในบ้านดิน งานนี้พ่อเป็นกำลังหลักสำคัญ เนื่องจากเป็นคนเดียวที่มีทักษะทางช่าง 

ตอนนี้ก่อก้อนดินเกือบเสร็จแล้วครับ

หลังจากก่อเสร็จ เราก็ฉาบครับ การฉาบก็เหมือนกับการฉาบปูน และดินที่ฉาบก็คล้ายกับดินที่ใช้ก่อครับ คือใช้ดินแบบเหลวๆ

 

พ่อผม กับการฉาบบ้านดิน

หลังจากนั้นก็ตกแต่งส่วนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นฝ้าเพดานต่างๆ ทั้งหมดเราช่วยกันทำเองครับ …ผมอาศัยศึกษาจากเว็บไซต์เกี่ยวกับวิธีการทำ แล้วนำไปถ่ายทอดต่อกับพ่ออีกครั้งหนึ่ง ฝีมืออาจสู้ช่างมืออาชีพไม่ได้ แต่ก็ภูมิใจที่ได้ลงมือสร้างเองครับ

หลังจากฉาบเสร็จแล้ว ก็ตกแต่งส่วนอื่นๆ ของชั้นบนครับ อย่างที่บอกไว้ว่าบ้านดินของผมใช้วัสดุสังเคราะห์อื่นร่วมด้วย เช่น ฝ้าเพดาน ไม้ฝา

ติดฝ้าด้านนอก

ติดฝ้าด้านในชั้นบน

ติดฝ้าด้านล่าง ผมกับพ่อช่วยกันสองคน กว่าจะเสร็จ คอเกือบเคล็ดตั้งหลายครั้ง

หลังจากฉาบเสร็จก็ทาสีครับ ด้านนอกผมใช้สีฝุ่นผสมกับยิปซัม เพื่อป้องกันน้ำ ส่วนด้านในผมใช้สีน้ำทาครับ จริงๆ แล้วในการสร้างบ้านดินทั่วไป เขาจะใช้กาวแป้งเปียกผสมสีและดินละเอียดทาครับ

ทาสีครับ วันนี้เนตรมาช่วยด้วย

ด้านในครับ เน้นสีฉูดฉาดไว้ก่อน

ตอนนี้บ้านดินผมก็ยังไม่แล้วเสร็จ ยังเหลือตกแต่งภายใน และระบบไฟฟ้า ซึ่งผมจะหยุดไว้สักระยะหนึ่งก่อนครับ มีเงินแล้วค่อยมาทำต่อ สิ่งที่ได้จากการสร้างบ้านดินหลังนี้ ผมได้มากกว่าบ้านดินครับ ปัญหาต่างๆ ระหว่างการสร้างมีมากมายที่ทำให้เราได้เรียนรู้ กิจกรรมการสร้างบ้านดินได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างความรักความอบอุ่นในครอบครัว ใครว่างช่วงไหนก็มาช่วยทำ ใครทำอะไรได้ก็ทำไป และที่สำคัญ ผมได้รับรู้ว่าทุกคนยอมเหน็ดเหนื่อยเพื่อความฝันของผมคนเดียว

ภาพด้านหลังครับ ที่ทาสีแดงสดเป็นห้องน้ำครับ เป็นจุดเดียวที่ก่อโดยใช้บล็อกซีเมนต์ เพราะเป็นจุดที่มีความชื้นสูง

ภาพด้านหน้าของบ้านดินล่าสุดครับ

 

ค่าใช้จ่ายคร่าวๆ 

ค่าเหล็กสำหรับโครงสร้าง ประมาณ          15,000 บาท

ค่าเสา ปูน ทราย และอิฐ ประมาณ         10,000 บาท

ค่ากระเบื้องมุงหลังคา ประมาณ                5,000 บาท

ค่าไม้ฝา ประมาณ                             10,000 บาท

ค่าฝ้า ประมาณ                                10,000 บาท 

ค่าช่างในการทำโครงสร้าง ประมาณ         30,000 บาท

 

นี่เป็นเป็นแค่ค่าประมาณการและเป็นส่วนที่ต้องจ่ายแบบหนักๆ นะครับ และแต่ละที่ค่าวัสดุก็จะต่างกัน ส่วนค่าอื่นๆ เล็กๆ น้อยๆ ยังมีอีกมากที่ผมยังไม่ได้รวมด้วย จริงๆ แล้วตามหลักการสร้างบ้านดิน ควรที่จะหาวัสดุที่อยู่ในท้องถิ่นเพื่อจะช่วยประหยัด เช่น อาจใช้หญ้าคา หรือหญ้าแฝก มุงหลังคา หรือใช้โครงสร้างเป็นไม้แทนเหล็ก แต่เนื่องจากบ้านผมต้องการความคงทนเป็นพิเศษจึงใช้วัสดุก่อสร้างในปัจจุบันมาร่วมด้วย และสิ่งที่จะช่วยในการประหยัดอย่างมากคือการใช้แรงงานของตัวเองครับ อะไรที่เราทำได้ก็ทำเอง เพราะค่าช่างในปัจจุบันนี้ค่อนข้างแพง ทำแบบไม่ต้องรีบครับ แบบค่อยเป็นค่อยไป แล้วก็จะเสร็จเอง อย่างบ้านผมตอนนี้ก็ใช้เวลาประมาณปีกว่าแล้วครับ ทำแบบตามใจตัวเองครับ ช่วงไหนที่ยังไม่มีเงินหรือเงินเดือนยังไม่ออก ก็ไปทำอย่างอื่นที่ไม่ต้องใช้เงิน พอมีเงินแล้วค่อยหาซื้อวัสดุที่ต้องการ เป็นประมาณนี้ครับ

 

ขอบคุณบทความจาก http://www.bansuanporpeang.com/node/18666

sharelnw
the authorsharelnw

ใส่ความเห็น